แซนวิช
ภาพของหน้าตาขนมปังสไลด์ขอบเป็นสามเหลี่ยมประกบกัน สอดด้วยไส้ต่างๆที่วางขายในช่วงเวลาเช้าของทุกวันทำงาน คงเป็นภาพที่คุ้นตากันเป็นอย่างดี “แซนวิช” (Sandwich) ถือว่าเป็นหนี่งในเมนูยอดนิยม ที่เป็นทางเลือกของหลายๆคนในสังคมเมืองใหญ่ ด้วยช่วงเวลาที่รีบเร่ง วิธีทำที่ง่าย สะดวกสบายต่อการรับประทาน ราคาที่ไม่สูงมากนัก จึงทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนทำงาน ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นแฮมชีส แฮมไก่ ปูอัด ทูน่า หมูหยองน้ำพริกเผา หมูหยองมายองเนส ไส้กรอก และอื่นๆ หรือนำมาดัดแปลงให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้นเช่น ทอดกรอบ และถ้าหากคนที่รักสุขภาพก็จะเลือกนิยมบริโภคในรูปแบบของขนมปังโฮลวีต ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุของแป้งที่ยังไม่ผ่านการขัดสี ทำให้คุณค่าทางอาหารนั้นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์
ทราบหรือไม่ว่า ประวัติของแซนวิชนั้น ยุคแรกๆถูกประกอบขึ้นจากแผ่นขนมปัง Matzo ซึ่งเป็นขนมปังที่มีหน้าตาเป็นแผ่นแบนๆไม่ขึ้นฟู ดูคล้ายๆกับเสื่อ ห่อด้วยเนื้อลูกแกะ (Paschal lamb) กับผักรสขม ซึ่งอาหารนี้พระนักบวชชาวยิวที่มีชื่อว่า “ฮิลเลล (Hillel the Elder)” ได้บอกให้คนในศาสนาทานในช่วงเทศกาลวันศักดิสิทธิ์ Passover Smiley
ต่อมาศตวรรษที่ 18 ขุนนางชาวอังกฤษท่านหนึ่ง นามว่า ลอร์ด แซนวิช เป็นผู้ที่มีจริตนิสัยชอบเล่นไพ่เป็นอย่างมาก เมื่อถึงช่วงเวลาของการรับประทานอาหาร ท่านจึงได้สั่งให้ทหารรับใช้นำเนื้อย่างซึ่งประกบด้วยขนมปังมาให้รับประทาน มืออีกข้างหนึ่งก็ถือไพ่เล่นต่อไปอย่างเป็นปกติ โดยเรื่องของ ลอร์ด แซนวิชนั้นได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือชื่อ Pierre-Jean Grosley’s Londres (Neichatel, 1770)
ในอีก 2 ปีต่อมา ได้แปลลงในหนังสือของ A Tour to London(1772) ต่อเนื่องมาถึงศตวรรษที่ 18 และในศตวรรษที่ 19 ซึ่งได้รับความนิยมป็นอย่างมากในประเทศสเปนและอังกฤษ จนกระทั่งศตวรรษที่ 20 ได้กลายเป็นอาหารหลักของชนชาติอเมริกัน
ถึงแม้แซนวิชนั้น จะเป็นอาหารที่รับประทานง่ายและสะดวกสบายในการรับประทาน แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบอาหารก็ควรที่จะพิถีพิถันใส่ใจในทุกขั้นตอนของการทำโดยคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลักสำคัญ โดยที่ล้างมือให้สะอาดก่อนการทำอาหารทุกครั้งและหลังจากที่ประกอบอาหารเสร็จ ให้เก็บในอุณหภูมิที่มีความเย็นอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตและแพร่พันธ์ของเชื้อโรค เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ที่จะปนเปื้อนมากับอาหาร
การทำแซนวิชแบบง่ายๆ
แซนด์วิชคาโบนาร่า
ส่วนผสม
ส่วนผสม
ขนมปังโฮลวีต 4 แผ่น
ไข่ต้ม 2 ฟองเบคอน 2 ชิ้น
พาเมซานชีส 1 ช้อนโต๊ะ
มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำ เล็กน้อย

วิธีทำ
ไข่ต้ม 2 ฟองเบคอน 2 ชิ้น
พาเมซานชีส 1 ช้อนโต๊ะ
มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำ เล็กน้อย
วิธีทำ
1. ทอดเบคอนที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้พอสุกดี
2. พักเบคอนไว้ ซับด้วยกระดาษซับ
3. บดไข่ต้มให้ละเอียด
4. เติมพาเมซานชีสในไข่ต้มบด
5. ผสมมายองเนส และพริกไทยให้เข้ากัน
6. ใส่เบคอนที่พักไว้ หลักจากนั้นนำไปทาบนขนมปังจะได้ขนมปังในสไตล์ แซนด์วิชคาโบนาร่า
2. พักเบคอนไว้ ซับด้วยกระดาษซับ
3. บดไข่ต้มให้ละเอียด
4. เติมพาเมซานชีสในไข่ต้มบด
5. ผสมมายองเนส และพริกไทยให้เข้ากัน
6. ใส่เบคอนที่พักไว้ หลักจากนั้นนำไปทาบนขนมปังจะได้ขนมปังในสไตล์ แซนด์วิชคาโบนาร่า
แซนด์วิชครีมฟรุต
เคยเห็นแต่แซนด์วิชแบบของคาว แต่คราวนี้ดัดแปลงเป็นแซนด์วิชของหวาน
ส่วนผสม
ขนมปัง 4 แผ่น
ผลไม้ตามใจชอบ (สตรอเบอรี่ ส้ม กีวี่ กล้วย ฯลฯ)
เนยเค็ม สำหรับทาขนมปัง
ส่วนผสมครีม
เฮฟวี่ครีม หรือ วิปปิ้งครีม 100 กรัม
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 40 กรัม
วิธีทำ
ขนมปัง 4 แผ่น
ผลไม้ตามใจชอบ (สตรอเบอรี่ ส้ม กีวี่ กล้วย ฯลฯ)
เนยเค็ม สำหรับทาขนมปัง
ส่วนผสมครีม
เฮฟวี่ครีม หรือ วิปปิ้งครีม 100 กรัม
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 40 กรัม
วิธีทำ
1. หั่นผลไม้แยกพักไว้ ถ้ากลัวสีเปลี่ยนให้บีบพรมด้วยน้ำมะนาว
2. ตีครีมกับน้ำตาลให้เข้ากัน ใส่โยเกิร์ตตีจนขึ้นยอดอ่อน
3. ทาเนยละลายที่ขนมปัง
4. ทาครีมที่ตีไว้บนขนมปัง
5. วางเรียงผลไม้ ประกบขนมปัง
6. หั่นให้เป็นชิ้นสวยงาม
2. ตีครีมกับน้ำตาลให้เข้ากัน ใส่โยเกิร์ตตีจนขึ้นยอดอ่อน
3. ทาเนยละลายที่ขนมปัง
4. ทาครีมที่ตีไว้บนขนมปัง
5. วางเรียงผลไม้ ประกบขนมปัง
6. หั่นให้เป็นชิ้นสวยงาม



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น